TOOKTA's profileK A L I K A P O OBlogListsNetwork Tools Help

Blog


    April 25

    BLOG~ME No.53

         เซงิลชุกคาฮัมนีดา  เซงิลชุกคาฮัมนีดา~ ...สุขสันต์วันเกิดตัวเอง ..555  วันนี้วันที่ 25 เมษายน 2551 ..เป็นวันคล้ายวันเกิดของดาริกา  ฝ่ายสิงห์ จ้า  ,,ต่อไปนี้จะต้องมีแต่คนเรียก นางสาวดาริกา  ฝ่ายสิงห์ แล้ว  (ดูแก้..แก่เน๊อะ..55) ตื่นมาก็เจอ sms ของมีนเลยคนแรก ส่งมาตั้งแต่ตอน 00.01น. โอ้โห! ลงทุ้น..ลงทุน คิคิ  ปีนี้เป็นปีแรกที่วันเกิดไม่ได้ใส่บาตร  -  -  ต่อไปก็เรียนสักพักนัตตี้ก็โทรมา ประมาณเที่ยงๆ อ่ะ  อีกประมาณ 10 นาทีไวท์ก็โทรมา HBD และพอกลับบ้านมาก็เจอใน HI5 มีคน HBD ให้ 8-9 คน  ใน m อีกประมาณ 4-5 คน  เอริ๊กๆ  ในปีนี้แม่บอกจะจัดวันเกิดให้ไม่วันเสาร์ก็วันอาทิตย์  ก็รอไป เพราะอยากกินเค้ก ..ก๊าก  วันจันทร์ก็สอบวัดผลเรียนรู้ที่เรียนมา 8-9 วันนี้ว่าได้ภาษาฝรั่งเศสอะไรไปบ้างง~  และวันอังคารก็ไปเข้าค่ายเลย  เฮ้อ! ยังคิดไม่ตกเลยว่า ปจด.จะหมดก่อนวันไปเข้าค่ายหรือเปล่าน๊าา  ขอให้หมดด้วยเถิด สาธุ๊!!!
    April 18

    BLOG~ME No.52

         วันนี้ วันพุธ ที่ 17 เมษายน 2551 ..,,วันนี้เป็นวันที่โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ นัดเรียนปรับพื้นฐานของนักเรียนชั้น ม.1และชั้น ม.4 (2แผนการเรียน) มาเรียนในวันนี้เป็นวันแรก  เราก็เลยต้องแต่งตัวออกจากบ้านแต่เช้า~ ..ง่วงมากมายเลยทีเดียว  ตอนเช้ากินไข่เจียวกับไก่ทอด 2 น่อง แล้วออกจากบ้าน เวลาประมาณ 7 โมงอ่ะนะ  พ่อก็จอดให้ลงหน้าปากซอย  เอ๊อ ลืมบอกไป เราออกมาจากบ้านพร้อมกระเป๋าใหม่ที่ซื้อด้วย ..55 สะพายมา อย่างใหญ่อ่ะ  เจอรถสีส้มผ่านมา คิดในใจ (จะขึ้นดี หรือ รอรถเมล์ต่อไป) สุดท้ายก็ขึ้นสีส้มมา  เมื่อเดินเข้าโรงเรียนปุ๊บ  "เอ๋อ" พูดได้คำเดียวเลย เดินเข้ามา เพื่อแก้เอ๋อก็ไหว้พระหน้าโรงเรียนซะหน่อย ฮ่าๆ  และเดินหาตัวคนรู้จักต่อไป ..(หาที่สิงนั่นเอง) เดินไปเดินมา มองซ้านมองขวาเหมือนกับพวกบ้านนอกเข้ากรุงอ่ะ เดินช้าๆ พยายามมอง จนเจอกับปาล์ม(มั้ง) ก็เลยหยุดคุยและก็ได้จุดยืนอยู่ด้านหน้าหอประชุม ..55 ฉันได้จุดยืนแล้ว  สักพักประมาณ 10 นาทีก็มีผู้มาช่วยชีวิตแห่งการยืนตากแดดเฉยๆ คนๆ นั้นก็คือ นัทกับเพ้นท์ เขาทั้งสองเลยพากันไปกินข้าวหน้าโรงเรียน แบบว่ารีบล่ะมั้ง เก็บเร็วมาก 5 นาทีเสร็จแล้วอ่ะ..  เราก็เลยเดินเข้าไปในโรงเรียนกันต่อ และเห็นพวกม.1มันดูป้ายกันก็นึกว่าม.4ต้องดูด้วย มุดใหญ่เลย แต่ก็ไม่มีอะไร ..555  สักพักเรียกเข้าแถว เอาล่ะว๊าา! อยู่แถวไหนล่ะเนี้ย  เลยเดินไปเรื่อยๆ แล้วถามๆ ก็เลยหาที่อยู่ได้ (เหมือนพวกบ้านนอกเข้ากรุงอีกแล้วเรา) -0-  ...สักพักเมื่อเข้าห้องเรียนแล้ว เริ่มเรียนกันก็ตรงสวัสดี อะไรพวกนี้นะ  แล้วก็มาเรียกพยัญชนะ ซึ่งวันนี้มันเป็นวันที่ 17 เขาก็เลยให้นักเรียนผู้โชคดีที่เลขที่ 17 มาพูด a-z เป็นภาษาอังกฤษ  และเราก็แบบถอนหายใจเลยนะ เฮ้ออ ก็ตอนจ่ายตังเราเลขที่ 27 นิหน่า ^0^  สุดท้าย เมื่อมาดามเอ่ยชื่อขึ้นมา หน้างี้ร่อนหายไปหมดเลย  ดาริกา ฝ่ายสิงห์  ก๊าก! ออกมาท่อง  T^T ทำไมเราโชคร้ายขนาดนี้เนี้ยย~~  และหลังจากนั้นก็ถอว่าเป็นโชคดีของเราอ่ะแหละ เพราะเราท่อง a-z เป็นภาษาอังกฤษ  แต่คนส่วนมากในห้องที่มาดาเรียกต้องท่อง a-z เป็นภาษาฝรั่งเศส  คิคิ  แล้วเราก็นึกว่า เราจะไม่ได้เป็นตัวเด่นแล้ว แต่ไหงเมื่อมาดามออกไปยืนหน้าห้องปุ๊บ ก็เรียกขึ้นมาว่า "ใครชื่อ ตุ๊กตา" ตอนแรกก็ งง นะ ว่ามีใครชื่อซ้ำเราหรอ สักพักคิดอีกว่า เอ๋ เราลืมอะไรหรอ พ่อแม่ถึงเอาของมาให้เรา -  -?  คิดไปคิดมามาดามก็เรียกอีกทีเราเลยยกมือแล้วเดินไปหา  อ๋ออ~ พี่โจ้นี่เอง เอา CD โปรแรกมมาให้  ตกใจหมด !!! ... เรียนต่อไปก็ถือว่าเราหาที่นั่งดีนะ ที่ได้นั่งกับเพ้นท์ เพราะเราสองคน รั่ว บ้าพอกัน เอริ๊กๆ  พอให้พักคนอื่นก็ไปเรื่อยๆ แต่ไอเราสองคนไม่รู้จะไปไหน ก็เดินเล่นไปเรื่อยๆ จนหมดเวลา อ๊ากกก!!! (มันใช่ไหมเนี้ย ..555) และก็เรียนกันมาเรื่อยๆ พอเที่ยงปุ๊บ เขาก็ให้ช่วยไปยกโต๊ะกับเก้าอี้มาไว้อีกห้องหนึ่งเป็นห้องที่เรียนใหม่  ไอเราก็แบกๆ ๆ ๆ  แบกๆ ได้มาโต๊ะกับเก้าอี้อย่างละตัวมาไว้ด้านบนแล้วรอฟังคำต่อ  สักพักครูบอกให้เลือกโต๊ะกับเก้าอี้ที่สภาพดีดีมาเรียงในห้อง เลือกอันที่ตัวเองจะนั่ง  เราก็ได้ เพ้นท์ก็ได้แล้ว  และไม่รู้จะทำอะไรอยู่ ก็เลยชิ่งหนีกลับบ้าน เหอๆ  ส่วนวันที่ 2 ของการเรียนปรับพื้นฐาน (18 เมษายน 2551) ก็ไม่มีอะไรมาก ก็เรียนๆๆๆๆ แล้วก็ยกโต๊ะเก้าอี้ตัวที่ไม่ใช้ลงไปที่เดิม แล้วเรากับเพ้นท์ก็ชิ่งกลับบ้านกันอีก  ไม่รู้เป็นไร ถึงกลับเร็วกันหนักหนา แต่บอกได้คำเดียวว่าวันนี้  รั่ว!!! มากๆ  ::::  เอ๊อ! เมื่อวานอ่ะ เหนื่อยจัด นอนตั้งแต่บ่ายสามยันหกโมงเลย  ตื่นมาก็เลยอาบน้ำเลย ..เหอๆ  เรียนนี่ก็เหนื่อยเน๊อะ!!!~
    April 16

    BLOG~ME No.51

         เทศกาล สงกรานต์ มาแล้วว~..เป็นเทศกาลที่เราไม่ชอบเอาเสียจริงๆ เลย ไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน แต่ไม่ถึงขั้นเกียจมันเข้าไส้เลยนะ ..วันที่ 12 เมษายน 2551 ..,,เรานั้นต้องกลับต่างจังหวัด โอ้ววว! เป็นไรที่เซ็งสุดขีด ก็ฉันเกียจบรรยากาศการเมาแอร์บนรถน่ะเด่ะ แทบอ้วกเชียว  เราออกจากบ้านตอนเวลา 8.30น. ถือว่าเช้าอ่ะนะ  กว่าจะไปรับคนมาอีก ก็ 9.00-10.00น. แล้วอ่ะ กว่าจะได้ออกเดินทางแบบจริงๆ  ด้านหน้าของรถ (คือส่วนที่ไม่ใช่กระบะอ่ะ) นั่งกันแบบ พ่อ(คนขับ) แม่(นั่งข้างคนขับ) แล้วเบาะหลังก็มีเรา พี่เรา และน้าป๋อง  ไม่อยากจะเอ่ยเลยว่าแวะปั้มบ่อยมากกๆๆๆ มากที่สุดตั้งแต่เคยกลับต่างจังหวัดมา และการนั่งรถนั้นก็ทำเรื่องที่พี่แซดมากมายขึ้นด้วย นั่นก็คือ อยู่ดีดีถุงใส่แปรงสีฟัน ยาสีฟัน โฟมล้างหน้า ยาสระผมและครีมนวดผมนั้น เปิดออก  และเมื่อรถวิ่งไปด้วยความเร็วสูงตามกฎจราจร -.-  90/h ก็ทำให้ของตกหล่นหมดเลย  และที่เหลือนั้นก็คือ แปรงสีฟันของเราคนเดียว (อันเน่าๆ ยังเหลือดูดิ..555) ..ยาสีฟัน ..และโฟมล้างหน้า  เท่านั้น  อย่างอื่นไม่เหลือเลย คิคิ โคตรดวงเลยแปรงสีฟันเรา ไปถึงต่างจังหวัดตอนเวลา ตี 1 ..ตี 2 ........ตี 3 ไม่รู้เวลาแน่ชัด ..555  อยู่ที่จังหวัดนครพนมนั้น ไม่ได้ทำอะไรเลย ..555  นอนตอนประมาณ 2ทุ่ม  แล้วก็ตื่น ตี5ครึ่ง มาล้างหน้า กินข้าว  ..แล้วก็นอนเล่น ถ้าหลับได้ก็ถือว่าดีไป (จะฆ่าเวลาได้ยาวเชียว) และตื่นตอนประมาณ เที่ยงๆ มากินข้าว แล้วก็นอนเล่นอีก  ต่อมาก็ตื่นมาช่วง 5โมง-6โมง มากินข้าว และอาบน้ำเตรียมเข้านอน 2 ทุ่ม  ..กร๊ากก!! นี่ถ้าช๊านไม่ได้เอาหนังสือที่ซื้อจากงานสัปดาห์หนังสือมาอ่านด้วยนี่คงไม่มีอะไรทำจริงๆ อ่ะ  แบบว่า นอนไปด้วยอ่านไปด้วยแล้วหลับอะไรประมาณนี้อ่ะนะ คิคิ  เราออกจากบ้านจะเดินทางไปต่อที่มหาสารคาม วันที่ 14 เมษายน  เราออกเดินทางและเมื่อผ่านภูพาน ..อิอิเหลือเชื่อ เห็นลิงที่ภูพานครั้งแรก (ปกติเห็นแต่ป้ายเตือนว่าระวัง!) อยู่กันเป็นฝูงเลยอ่ะ เกาะตามต้นไม้และตามข้างถนนเต็มไปหมด พวกเรามาถึงจังหวัดมหาสารถามตอนประมาณ บ่าย2 -บ่าย 3 - บ่าย 4........5โมงเย็น  หรือเปล่า ...555 จำไม่ได้  คราวนี้เหลือเด็กแค่ไอตั้มคนเดียวที่อยู่บ้าน ก็แหม! ปูปลามันไปพิษณุโลกตามคำเชื้อเชิญของอารันต์แหงๆ  พอมาถึงไอตั้มก็เลยเล่นกับเรากะพี่ใหญ่เลย สงสัยไม่มีเพื่อนเล่น  ครอบครัวเรากินข้าวเสร็จก็นอนกันตอนประมาณ 2 ทุ่มเช่นเคย และก็ไม่มีอะไรมากอีก ก็กลับกันตอนประมาณ 9โมงเช้าไม่ก็ 10 โมงเช้าอ่ะ  นั่งรถแบบรถไม่ค่อยติดเลย ก็เลยขับ 90/ชั่วโมง  ตามกฎจราจรอีก อิอิ ..เพราะไอหลังคารถอ่ะแหละ มันต้านลม  พวกเราถึงบ้านกันประมาณ 4-5 โมงเย็น  ก็ถือว่ารักษาเวลาอยู่ แสดงว่า(ถ้า)รถไม่ติด ใช้เวลาเดินทางจากมหาสารคาม-กรุงเทพในระยะเวลา 6 ชั่วโมงเศษๆ  (0.0)  ..,,อยากบอกเหลือเกินว่า แถบบางบอนนี้ มีกลุ่มเล่นสงกรานต์กันเยอะจริงๆ  ลงมาจากวงแหวนแยกออกเป็นซุ้มๆๆ ตามซอยเลย ไม่รู้ทำไมไม่รวมกัน  จัด 1 ซอย เว้น 1 ซอย จัด 1 ซอย เว้น 1 ซอย  พอเข้าซอยก็ จัดๆ เว้นๆ อีก ไม่รู้จะอลังการอะไรนักหนา  กลับมาถึงบ้านก็ต้องยกของ เราไม่ได้ยกเพราะท้องเสีย  สบาย~~~~ ...ขอวงเล็บหน่อย :: เนื่องจากแปรงสีฟันและยาสระผมล่วงจากรถ  ฉะนั้นช่วงสงกรานต์นั้น พวกเราเลยอาบน้ำกันด้วยสบู่ ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าที่เหลือดวงที่มันไม่ตก และใช้มือกวักเกลือมาถูฟัน O_O จริงๆ ง่ะ ยังนึกรสชาติเค็มของมันได้อยู่เลย  เค็มมากกกก ..ตอนที่กำลงัยกของอยู่นั่น อยู่ดีดีถุงที่พี่ถือขึ้นมานั้นก็ขาด ทำให้ของข้างในตก และสิ่งของนั้นก็คือ ... "ปลาร้าาาาา"  กร๊ากก เหม็นเต็มห้องเลย  เช็ดกันใหญ่  ช่วงสงกรานต์มันไม่ค่อยมีอะไรอ่ะ เลยเล่าน้อยไปหน่อย  เอ๊อ ไม่อยากจะเอ่ยเลยว่า เมื่อวันที่ 11 หรือ 12 เนี้ยแหละ เราเปิดโฟโต้ช๊อฟขึ้นมา แล้วทำการ์ดแฮ๊ฟพี้เบิร์ดเดย์ให้พี่สงกรานต์ด้วย กรี๊ดด << (ดีใจเพื่อ?) เขียนเป็นตัวภาษาเกาหลีอ่ะ แบบว่าช่วงนี้เห่อ เรียนภาษาเกาหลีแล้วอ่านออก ..555 อ่านได้เท่านั้นแปลไม่ออก ..กั่กๆ  ____ พอกลับบ้านมาเห็นพี่แป๊ะออนนะ  แล้วแปลกตรงที่ว่าทักไปแล้วเขาตอบกลับ เราก็คุยกันไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ แล้วเราก็ถามว่าสงกรานต์ไปเล่นไหนมาเอ่ย.. พี่เขาก็บอกว่า ยุบ้านนอน ...ยุแต่บ้าน ...เราเลยบอกว่า นอนตลอด (เพราะปกติทักทีไรพี่เขาชอบบอกว่านอน ((แต่ก่อนน่ะนะ)) )  แล้วพอคุยไปเรื่อยๆ เราก็ถามเรื่องแฟนใหม่ที่ได้ข่าวว่า เพื่อนพี่แป๊ะรู้ข่าวกันวันที่ 27 เพราะพี่แป๊ะพาไปดูหนังด้วย (ประมาณนั้นมั้ง)  เลยถามต่างๆ พี่เขาก็บอกว่า ใคร? เราเลยบอกว่า ได้ข่าวกรองมาว่าพี่ได้แปนใหม่ไม่ใช่หรอ เป็นคนท่าพระ นิสัยเงียบๆ หน้าตาเหมือนแขกอ่ะ  พี่เขาบอกว่า นั่นเพื่อนเก่า ยุแต่บ้าน เอาเวลาไหนไปหาแฟน ..กร๊าก ดีใจโคตรๆ อ่ะ ที่รู้ว่ายังไม่มี  แต่..ไม่รู้สินะว่าทำไมถึงดีใจ ทั้งๆ ที่เราก็ไม่มีสิทธิอยู่แล้ว  แต่เรื่องที่น่าเสียใจก็มาถึง เร็วจนเราตั้งตัวไม่ทัน มันเป็นเรื่องที่สะเทือนใจอย่างแรงเลยล่ะ เมื่อตอนที่เราถามพี่เขาว่า ตกลงจะไม่เรียนต่อมหาลัยจริงๆ หรอ พี่เขาก็บอกว่าเรียน ตอนนั้นถือว่าดีใจอยู่นะว่าที่พี่เขาเรียนต่อ แต่เรื่องที่น่าเสียใจก็คือหลังจากที่เราถามว่า แล้วเรียนต่อไหนล่ะ พี่เขาก็บอกว่า ไม่สยามก็เชียงใหม่  เรางี้หน้าบางเลย นิ่ง ..อึ่งอ่ะ เราเลยขอร้องว่าอยู่สยามเหอะนะ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าพี่แปีะยังไงก็เรียนต่อเชียงใหม่ ไม่ใช่เพราะเราขอร้อง แต่ถ้าเป็นเรา เราก็ไปอ่ะ เพราะพี่เขาให้เหตุผลว่า พ่อซื้อที่ ที่เชียงใหม่เพิ่มแล้ว และกะจะสร้างบ้านที่นั่น แล้วอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวกันที่เชียงใหม่ เพราะที่นั่นอากาศดีด้วย < (นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง)  เราก็ว่าอย่างนั้นนะ ถ้าอยู่แค่บ้านละ2-3 คนในบ้านที่ไม่เต็มครอบครัว ยังไงก็คิดถึงกันอ่ะ เราเลยเปลี่ยนความคิดที่น่าสะเทือนใจขอร้องให้เขาอยู่ กลับกลายมาเป็น ขอให้พี่กานออน m ทุกวันและใช้เบอร์เดิม  พี่เขาก็บอกมาแค่ว่า ใช้เบอร์เดิม ..ก้ดีอ่ะ แบบว่า ยังดีกว่าติดต่อไม่ได้เลย  เราคงคิดถึงพี่เขามากถ้าจากกันไป แต่ยังไงก็  เราก็มองพี่เขาผิดไปตั้งแต่ได้ข่าวว่าพี่เขามีแฟนใหม่  เพราะเราไม่เชื่อใจพี่เขาหรอกหรอ? ทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว  แต่ยังดี ที่พี่ยังรักษาสัญญา สัญญาที่ว่า ถ้าเลิกกันแล้วคิดว่าจะไม่มีใครใหม่  ..มันจะตรึงอยู่ในใจจริงๆ ^^  ....วันพรุ่งนี้เราต้องไปเรียนปรับพื้นฐานแล้วอ่ะ  เหนื่อยๆก็เหนื่อย ก็ยังต้องไป -3-  เอ๊อ วันนี้ไปคาร์ฟูร์มา  ซื้อของสุขภัณฑ์ (ห้องน้ำอ่ะ) มาเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็น แชมพู ครีมนวดผม แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ และโฟมล้างหน้า  ซื้อใหม่หมดเลย  แล้วก็ กางเกงใน ..55 << (บอกเพื่อ..?)  และก็ซื้ออะไรกระจุกกระจิกเรื่อยๆ อีกอ่ะ ไม่ว่าจะเป็น ขนม นม น้ำปลา น้ำมัน ฯลฯ  แล้วหลังจากไปคาร์ฟูร์เสร็จก็ไปศิริวัฒนา  ไปซื้อเสื้อผ้ง เสื้อผ้า  ...ได้เสื้อนักเรียนมา 4 ตัวไซส์เบอเร่อ 42 O_O และได้กระโปรงมา 3 ตัว+ของพี่อีก 1 ตัวเป็น 4 ตัว  ไซส์เบอเร่อเช่นกัน 27*27  ยาวโคตรๆ และได้ถุงเท้าของเรามา 5 คู่ ของพี่มา 5 คู่  รวมเป็น 10 คู่  เสียเงินไป 1685.- (มั้ง..?) ..555+  เอ๊อ เห็นรองเท้าน่ารักๆ อยู่ ราคาค่อนข้างถูกด้วย เป็นรองเท้าผ้าใบสี (บ้านนอกไปเปล่าเรียกงี้) ราคาประมาณ 150-200 ประมาณนี้แหละ อ๊อ ลืมบอกไป กลับต่างจังหวัดคราวนี้เจอโอ๊ะโอ๋กับแขกด้วย ..เหตุที่เจอโอ๋เพราะว่ามันกลับมาทำบุญที่นครพนม นึกว่าไปอยู่ใต้แล้วไม่คิดจะกลับมาซะอีก ส่วนแขกมันเปลี่ยนตรงทรงผม ..55ดูแล้วรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย แต่ก่อนบ้านนอกมากๆ ทำผมทอง ตอนนี้ทำเป็นผมดำเหมือนเดิมแหละ  ..ลาก่อนล่ะกัน See you again next time.
    April 10

    BLOG~ME No.50

         วันนี้ เป็นวันพฤหัสบดี  ที่ 10  เมษายน  2551 ..,,.. วันนี้เป็นวันที่เรา "ตุ๊กตา" กับพี่ของเรา "ตุ๊กติ๊ก" ไปละลายเงิน จะว่าเราละลายก็ไม่ถูกนะ แต่ก็หมดอ่ะแหละ ละลายเหมือนกัน  ..เราออกจากบ้านตอน เที่ยงกว่าๆ คือแบบออกพร้อมพ่อเลยไง พ่อก็จะไปถ่ายรูปรถที่สินมั่นคงประกันถัย เลยติดรถไปด้วยในการขี้เกียจนั่งมอไซด์ไปปากซอย ,,เราไปเดอะมอลล์กันก่อน รู้สึกว่าจะไม่ค่อยได้ประโยชน์สักเท่าไหร่  เดินทั่วห้างเลยทีเดียว ทั้งหมด 2 รอบ ปวดขาเลย เหอะๆ ..ออกจากเดอะมอลล์เดินวนทั่วห้าง 2 รอบได้แลกกิ้ง ตัวเดียว -0- ..ตัวละ 290 ต่อราคาเหลือ 270.- เหอะๆ สามารถ ลดแค่ 20 เองหรอ 0.0  ไม่อยากจะเอ่ยเลยว่า เดินเข้าไปดูของในร้านที่พี่แป๊ะเคยซื้อของขวัญปีใหม่ด้วย เดินดูจนรอบทำให้เราดีใจอยู่เนือยๆ ก็เพราะว่าตุ๊กตาที่พี่เขาซื้อให้ เขาโล๊ะไปแล้ว เอาตัวใหม่มาแทน ทำให้เราไม่ต้องมองภาพเก่าๆ ที่เคยเดินมาดูของกัน o.o  แต่อยากจะบอกว่า น้องกระต่ายน่ารักมากๆ จับมาตั่งชุดฮันบกงี้ อ๊ากก!!  ..,,หลังจากออกจากเดอะมอลล์ก็ไปต่อที่ไอทีแกรนด์ ไปซื้อเมาส์ที่สภาพย่ำแน่ในสายตาพี่ แต่เราว่ามันก็ใช้ได้นะ เดินดูจนรอบอีกเช่นกัน ได้เมาส์มาในรูปร่างสวยเลยทีเดียว ราคา 220 บาท  โคตรแพงเลยทีเดียว 100 บาทเกลื่อนไม่รู้จักซื้อกัน หยั่งงี้แหละน้าา~ ต่อไปก็มาต่อที่เซ็นทรัล กว่าจะถึงได้ทำเอาตัวเราร้อนไปหมด ก็แหม! แดดส่องกันจริ๊ง!!!  คราวนี้เดินดู 2 รอบห้างเหมือนกัน แต่ได้กลับมา 2 ตัว เป็นเสื้อยาวคลุมน่อง -  -" ดูฉันเรียก! ตัวแรกราคา 250.- อีกตัวราคา 290.- แพงจริงจริ๊งงงงง!!..  แล้วก็กินสเว่นเซ่นกับพี่กัน  พี่กินบานาน่า โบ๊ท ..555  ส่วนเรากิน แมงโก โบ๊ท (ใช่ป่ะ..555)  ออกจากร้าน เลี่ยนทันที อิอิ  กลับบ้านมาปวดขามากมายยยย  แต่ก็นะ สู้ๆ!!  อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดเราแล้ว ไม่รู้จะมีใครมา Happy Birthday ให้เราบ้างง    ..( T-T )..   คราวนี้อัพนิดเดียวเอง นะ! ก็มีข้อมูลมาให้แค่วันเดียวเองนิหน่าา..  โอ๊ะๆ BLOG~ME No.50  พอดีเลย ยิ้วววๆ,,..
    April 08

    BLOG~ME No.49

              กลับมาแล้วครับท่าน!. ..กลับมาพร้อมกับตุ๊กตาคนเดิม  ห่างหายหน้าตาไปเพราะเดี๊ยนไม่มีเวลาในการอัพเหลือหลาย แต่อยากอัพมากมาย ทำไมวันนึงถึงให้เวลากับฉันน้อยจังแลวยังให้เวลากับการทำงานเยอะจัง - -* ..,,วันที่ 28 มีนาคม 2551 .. เราไปรับเกียรติบัตรที่โรงเรียน นวลนรดิศวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก เป็นการรับใบประกาศนียบัตรว่าตบหลักสูตรชั้น ม.3 อย่างสมบูรณ์แบบ  แบบว่าไปถึงโรงเรียนก็ประมาณ 8 โมงกว่าๆ แล้ว ก็ไปดูรายชื่อกับกุ้งกันก่อน โอ้โห มีเรื่องน่าทึ่ง กุ้งได้อันดับ 2 ของสายชั้น สุดยอด!!!! อันดับแรกก็คือ หยก อันดับสองก็คือ กุ้งแล้วก็ดาว อันดับสี่ ก็คงเป็นแทนนะ อันดับ 5 ก็น่าจะเป็นพลอย (ไม่แน่ใจแทนกับพลอยสลับกันหรือเปล่า) อันดับ 6 ก็ครองกัน 3 คน มียอด เรา แล้วก็ห้อง 2 อีกหนึ่งคน  แล้วก็มาเซ็นชื่อว่ามาแล้ว แล้วก็ได้รับเข็มกลัดเป็นช่อดอกไม้เล็กๆ ติดอก แล้วก็ขาประจำ รวมตัวห้อง อ.สุวิทย์ เกิดเรื่องน่าดีใจใหญ่ เมื่อเดินมาก็เห็นแทนนั่งอยู่ เรากรี๊ดคนแรกเลยอ่ะ แล้วก็บอกว่า "แทนนนนนนนนนนนนน" เหตุอ่ะหรอ เพราะว่ามันคุย m กับเราเมื่อวานแล้วบอกว่าอยู่ร้อยเอ็ดอยู่เลย มารับไม่ได้ กะจะให้พ่อมารับให้ โห่ หลอกกันได้ ^0^ แล้วด้านหน้าโรงเรียนเขาจัดธูปกับเทียนให้นักเรียนได้ไหว้ศาลประจำโรงเรียนเป็นขวัญตัวเรา เราชวนเพื่อนไปก็บอกว่า รอคนก่อนแล้วค่อยไปทีเดียว ( สุดท้ายจนตอนนี้ยังไม่ได้ไหว้เลย TOT )  เราไปรับกันที่ห้องโสต เนื่องจากเราเป็นนักเรียนคะแนนดีเด่น เขาจึงจัดให้นั่งด้านหน้าๆ ของคนที่ผ่าน ม.3ทั้งหมด (ส่วนคนที่ไม่จบก็คือไม่ได้รับ) พี่ปุ้มมองเราอยู่เป็นพักๆ ไม่รู้มองเราทำไม ในเมื่อพี่เขาเข้าใจเราแล้วนี่หน่าาา~ ในขณะที่กำลังเดินไปรับ ก็มองหาพี่แป๊ะยิ้มพอป็นพิธี เฮอะ! สงสัยรู้อยู่แล้วว่าตกชัวร์ เลยไม่ได้มาโรงเรียน ชิชิส์ พอก้าวขึ้นไปบนเวทีปุ๊บ ถึงจุดที่กากบาทไว้ปุ๊บ เกิดเรื่องหน้าแตกที่คนทั้งห้องไม่มีใครทำเหมือนเรา ..555  นั่นก็คือถอนสายบัวเบี้ยว ก๊าก ขำตัวเองซะงั้น ขาซ้ายกับขาขวามฃไม่ประสานกัน อ๊าย หน้าแตก แล้วก็กลับมานั่งที่เหมือนเดิม  พอรอจนรับกันหมดทุกคนเขาก็ให้จุดเทียนเพื่อ.. เขาเรียกว่าอะไรอ่ะ อำลาอาลัยหรอ ก็มีพวกรุ่นพี่ ม.5 มาร้องเพลงแสงสว่างของอาจารย์อะไรไม่รู้นะ แล้วก็ให้นักเรียนทั้งหมดถือเทียน แล้วก็จุดไฟจากคณะครู หรือแม้กระทั่ง ผอ. ที่เรารับมาจากมือ โอ้วว เป็นบุญของเทียน ..กร๊าก!  สักพักก็เดินไปจุด ตามร่องที่ทางคณะกิมการนักเรียนจัดไว้ให้ เป็นประมาณว่า มีเขียนคำว่า รัก แล้วก็หัวใจซ้อนกัน 3 ดวง หรือตราโรงเรียนไม่รู้นะ น่าจะเป็นหัวใจ ต่อไปก็ให้ครูอาจารย์ผูกข้อมือให้ เราให้อาจารย์หลายคนผูกเยอะมาก (รวมทั้ง ผอ.ด้วย) จนเขาเรียกร้องเพลงแล้วจับมือเป็นวงกลมแล้ว เดินไปไม่ทันที่เดิม เลยหยุดที่ตรงนั้นเลย  โดนด้านซ้ายจับกับอ.อุษา ด้านขวากับอ.อวยพร OoO จับแต่อาจารย์ ..555  สักพักอาจารรย์ก็ไป เราเลยจับกับเพื่อนในห้องที่เป็นผู้ชาย ก็ไม่มีไรเป็นเพื่อน 555 ต่อมาพอร้องเพลงจบแล้วเราก็เดินมาหามีนกับจอย คำถามแรก! .."ไปไหนมา!!" เหอๆ ยิ้มรับเลยทีเดียว  หลังจากนั้นก็จะให้ลงมาอำลาอาลัยกันที่ใต้อาคาร 1 ซึ่งอาจารย์จะมาคอยรับที่หน้าประตู แล้วก็มีพวกรุ่นพี่คณะกรรมการนักเรียนมายืนถือธงแล้วล้อมเป็นซุ้ม แบบว่าอย่างเว่อร์อ่ะ ..แล้วพอถึงตรงบันไดที่ลง ผอ.ก็มายืนรอรับอยู่ พร้อมกับให้ดอกกล้วยไม้ อยากบอกว่า สวยมากๆ เลยกิ่งที่ตัดมาอ่ะ ..และดอกไม้ก็หมดหลังจากคนที่เดินต่อเรามาประมาณ 4-5 คน เหอๆ บุญไม่พอ กร๊ากก~ ..พอลงถึงชั้นล่างปุ๊บก็ตระเวนเลยสิ  ทางโรงเรียนจัดซุ้มถ่ายรูปไปเยอะแยะมากมายเลยทีเดียว เราก็ไปถ่ายรูป ที่แรกคือ รถ Taxi NDR ..555+ ชื่อซะ แล้วก็ป้ายทะเบียนนะ ก็คือ จบ2551 ,,โอ้โห ดูเขาตั้งขึ้นมาได้ พอถ่ายรูปอิ่มหนำสำราญ ก็ไปเขียนบนประดานไวท์บอร์ดที่ตกแต่งออกมาได้ดีทีเดียวเช่นกัน  ต่อมาก็กิน กิน กิน แล้วก็กิน ..55+  โคตรโลภเลยอ่ะ ถือหมูไม้มา 1 อันกับน้ำ 1 แก้วแล้วเดินว่อนเลย  บ้างก็จิ้มลูกชิ้น มะม่วง แล้วก็ฝรั่งกินเอา โอ้ววว ของฟรี ไม่ก็กินขนมที่เป็นแท่งๆ มีช็อกโกแลคติดเป็นลายขวาง ฟันอยู่รอบๆ ..แล้ววงของพี่ซี ชื่อวงอะไรไม่แน่ใจนะ  Phenomenon ก็มาเล่นคอนเสิร์ตย่อมๆ ให้เราดู  ขอบอกว่า ไม่ค่อยมีใครสนใจวงพี่แกเลย 555+  มีแต่กลุ่มห้อง 3/1 เท่านั้น  เต้นกันอย่างสุดมันส์เลย ..จนคนค่อยๆ ทยอยออกจากโรงเรียนไปเรื่อยๆ พวกเราก็ยังเต้นกันอย่างไม่หยุด จนทั้งโรงเรียนเหลือแต่อาจารย์ แล้วก็กลุ่ม3/1 อีกเล็กน้อย พร้อมกับคอนเสิร์ตย่อมๆ กับวงที่ไม่ค่อยมีใครสนใจเท่านั้น จนงานเลิกลา ประมาณ บ่ายโมงมั้ง วงนั้นกลับไปแล้ว ที่ส่วนนั้นจึงกลายเป็นโต๊ะอาหารให้สำหรับพวกกลุ่มครูอาจารย์ได้นั่งรับประทานอาหารกัน  ตรงข้ามกันนั้นคือห้องอาารย์สุวิทย์ที่มีกลุ่มเด็กคับคั่งอยู่ประมาณ 10-20 คนมานั่งเมาธ์กันเพื่อเป็นการอำลา เพื่อต่อไปนี้พวกเราก็จะไม่เห็นหน้ากันแล้ว และก็กลับบ้านกันประมาณ 4 โมง เมื่อแยกย้ายกัน กลุ่มเราประมาณ 5-6 คนก็มาบางบอน5 เพื่อมากินอะไรเล็กๆ น้อยๆ กันหิว ซึ่งพี่ก็มากินด้วยหลังจากกลับจากทำงาน ขณะที่เพื่อนพากันกลับบ้านกันไปแล้ว ..,,.. วันอาทิตย์ ที่ 30 มีนาคม 2551 ..วันนี้เราไม่ได้เตรียมตัวจะไปไหนอะไรหรอก แต่ก็นะบัตรที่ได้ฟรีจากเว็บไซด์ www.dek-d.com นั่นมันช่างล่อตาล่อใจจริงๆ วันนี้เป็นวันหมดอายุแล้วด้วย เย็นวันที่ 29 จึงชวนดาวไปดูและออกไปวันที่ 30 ตอนเช้าเลย เพราะคิดว่าถ้าไปกับดาวก็คงมีเพื่อนพาไม่หลงแน่ กับคนอื่นก็ต้องพากันบอกว่า "โห ทำไมไม่บอกตั้งแต่เนิ่นๆ ล่ะ" ก็ไม่รู้นะว่าคนอื่นจะบอกยังไง แต่ถ้าเป็นเรา เราก็จะพูดแบบนั้นไปอ่ะ ในวันนี้เรากลายเป็นตุ๊กตาให้พี่อีกแล้ว ก็ไม่รู้ทำไมนะ ..เวลาจะไปสยามทีไร พี่ชอบตินู้นตินี่  ในวันนี้เราใส่เสื้อลายขวางสีขาว-ดำยาวปิดเอวจนกลายเหมือนคลุมเป็นกระโปรงสั้น แล้วก็ใส่กางเกงยีนขาสั้นเลยเข่ามาประมาณ ครึ่งคืบ ประมาณ 2-3 นิ้ว  รองเท้าผ้าใบสีขาวที่หาโอกาสซักมันได้ยาก สร้อยที่จี้เป็นรูปตัว D กับไม้กางเขนมีเพชร(ปลอม)ฝังตลอด  มัดผมข้างกับกระเป๋าสะพายหลัง  นี่ยังดีนะเนี้ย เอาออกไปได้ชิ้นนึงที่พี่บังคับใส่ให้เรา นั่นคือแหวน! ก็เราไม่ชอบใส่นิ ยังไม่รู้เลยถ้าแต่งงานไปแล้วจะใส่แหวนได้นานเท่าไหร่ ..555  ,,เราเดินออกจากซอยเพราะเห็นว่า มันเปลือง  พอถึงปากซอยปุ๊บ โอ้วว~ เหงื่อเต็มตัวเลยครับท่าน  สักพักดาวก็มาถึงเราจึงนั่งรถกระป๋งอเตรียมตัวเดินทาง  ระหว่างนั่งอยู่บนรถ สังเกตเห็นผู้หยิงคนนึง อายุประมาณ 15-16 นั่งไม่เหมอนชาวบ้าน ก็แบบว่า เขามองข้างทางแล้วก็ยิ้มตลอดทางอ่ะ ยิ้มตลอด จะมองไม่มองก็ยิ้มมม~ เหอๆ  แต่หน้าตาเขาน่ารักดีนะ ยิ้มงี้ก็ดีแล้วแหละ ดูร่าเริงดีถ้าคนอื่นไม่คิดว่าเป็นบ้านะ -  -"  ..ในตอนนั้นห้างยังไม่เปิด พวกเราเลยเดินอ้อมห้างมาที่ป้ายรถเมล์ เมื่อรถมาถึงเราก็ขึ้นไปนั่ง ..ดาวก็เอา HACK เล่ม 4 กับ 5 ที่เราขอยืมมาให้เราอ่าน  โอวววว เวรี่กู๊ด! สักพักก็ถึงสยาม วันนี้ผู้คนค่อนข้างน้อยนะ ไม่รู้สินะ! แล้วก็เดินไปสยามเซ็นเตอร์ ตรงไปชั้น 5 แล้วเดินเข้าไปที่เคาท์เตอร์  พี่พนักงานก็บอกให้รอสักครู่นะคะ เราจึงรอ  สักพักมีชาวต่างชาติเดินเข้ามาแล้วถาม @#$%&@#$ โอ้วว~ ภาษาอังกฤษ @o@ เจ๊มึน แต่ที่อึ่งก็คือ พี่พนักงานตอบกลับไปอย่างคล่อง เหอๆ พี่เก่งจัง ท่าทางฝึกมาดี  สักพักก็มาที่เรามั่ง เราก็ยื่นบัตรให้เขา เขาก็เลยจัดการทำตามสเต็ปๆ แล้วก็บอกว่า 50 บาทค่ะ  อ่ะนะ ค่าภาษี 25 บาทไปกัน 2 คน เหอๆ ..แล้วเรา 2 คนก็เดินเล่นอยู่แถวๆ นั้นรอเวลาครึ่งชั่วโมงที่กำลังจะมาถึง จนไปสดุดกับตัวอย่างหนังเรื่องหนึ่ง The Water Horse อภินิหารตำนานเจ้าสมุทร ..ตัวอย่างหนังน่าดูมากๆ (ตอนนี้ได้ดูแล้ว ขอบอก! สนุกโคตรๆ)  สักพักเดินไปเดินมาก็ทั่ว ครึ่งชั่วโมงพอดี เอิ๊กๆ เลยเข้าโรง ...ตื่นเต้นมากกก เพราะฉันยังไม่ได้บอกทุกคนว่า หนังที่ฉันได้ตั๋วมาฟรีนั้นเป็นหนัง "สามมิติ" กร๊ากกก ไอดาวได้ฟรีๆ เลยอ่ะ แอบเสียดายนิดๆ เพราะถ้าพี่มาพี่จะได้ดู แต่พี่เขาบอกขี้เกียจ  พอระหว่างทางก็มีการแจกแว่นตาสามมิติ  โอ้โห มันเป็นแบบนี้นี่เอง ...555  พอเข้าโรงอยากบอกว่า นึกว่าคนดูไม่เยอะที่ไหนได้ เพียบเลย  อื้อซ่าเลยทีเดีวเชียวล่ะคร๊าฟ!!  แล้วเราก็ไปนั่ง  แบบว่าอย่างเว่อร์อ่ะ เสียงนี่กระฮึ่มโรงเลยทีเดียว  จอภาพนี่ใหญ่ตระการตามากมาย  กว้างมากๆ  ชั้นบันไดคนดูก็สูง มีตั้งแต่ A-Z เลยทีเดียว  เก้าอี้ก็มีทั้งหมดประมาณ 39 มั้ง จำไม่ได้แล้ว  เมื่อหนังมาปุ๊บ เราก็ใส่แว่นตา  โอ้โห แม่เจ้าบุญของฉันจริงๆ ฉันได้ดูหนังสามมิติแล้ว  เหมือนจริงมากๆ  วันนี้ฉันดูเรื่อง seamonster เป็นเรื่งเกี่ยวกับใต้ทะเลและปลาที่ชื่อดอลลี่กับซากฟอสซิลของสัตว์ใต้น้ำต่างๆ  ภาพเหมือนจริงมากๆเลย เวลาปลาเข้ามาใกล้งี้นะ เวลาปลาวิ่งผ่านหน้าไปด้วยความเร็วสูง ปลาตัวใหญ่กว่าปลาวาฬหลายเท่าว่ายผ่านหัวเราไปด้วยอะไรงี้  แต่ที่หนักที่สุดที่ดาวและเราบอกว่า สะดุ้งก็คือฉากที่มีปลาฉลามตัวใหญ่มากๆ วิ่งตรงมาทางเราแล้วอ้าปากเรื่อยๆ พอถึงเราก็งาบไปเต็มๆ  555+ โคตรตื่นเต้นเลย   สุดยอด!!! เหมือนจริงมากๆ ส่วนหนังนั้นจบไปในเวลา 1 ชั่วโมงถือว่าเป็นหนังสั้นจริงๆ (จากการวัดเทียบราคาบัตร imax ดูแล้วราคา 500 บาท โอ้แม่เจ้า โคตรแพงเลย) หลังจากดูเสร็จเราก็เลยไปเดินเล่นต่อที่ห้าง เพราะว่าเวลามันพึ่งผ่านไปแค่ บ่ายโมงเอง  เดินเข้าไปเรื่อยๆ เจอกิจกรรม S'club pucca racing เราจึงเดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นบ่อยด้วยความสนใจ และไม่กล้าที่จะไปเข้าร่วมกิจกรรม จึงเดินไปเรื่อยๆ เจอกับรายการ ไมค์โมเดลมั้ง  หรือไงอ๊ากกก จำชื่อรายการไม่ได้ ที่มีการแข่งร้องเพลงอ่ะ แล้วท๊อปเป็นพิธีกรอ่ะ -.-"  ..สักพักด้วยความอยาก เลยกลับไปหาพูก้าใหม่ นั่งดูเซ็ตแรกเล่นกันสักพัก เหมือนฉันดูตื่นเต้นไปนะ ก็มีกล้องมาถ่าย กร๊ากกก! ชอบ ชอบกล้อง ..5 5 5  ,,จนเห็นของรางวัลแล้วอึ่ง ถุงผ้าโยเกิร์ตติ้งใหญ่โคตร จนมีพี่ทีมงานมาบอกให้ไปเล่นดู เราจึงไปเล่น ..55+ ตอนแรกก็ได้ที่ 1 อยู่หรอก แต่พอจบเกมทีไรได้ที่สุดท้ายทู๊กที  ...555+  แต่ก็เข้าไปรับรางวัลปายยย~ มีคนมาถ่ายรุปเยอะแยะเลย กรี๊ดดด!! รางวัลที่ได้คือ ถุงผ้า(มั้ง)ยี่ห้อเกมโยเกิร์ตติ้ง โปสเตอร์ปุ๊กกา เรซซิ่งแผ่นใหญ่ 1 แผ่นและแผ่นเล็กเป็นรูปเกมปังย่ากับฟีฟอีกอย่างละแผ่น  มีกระเป๋าผ้า(มั้งอีก)ยี่ห้อของAIS และได้ซิม AIS มาฟรีมีเงิน 90 บาทอยู่ด้านใน  และมีซีดีเกมปุ๊กกาเรซซิ่ง 1 แผ่น  ..55+ เป็นปลื้ม  สักพัก็เดินออกจาก สยามเซ็นเตอร์ไม่ก็สยามดิสฯอ่ะมั้งมาสยามแสควร์  เห็นคนมุงเยอะๆ เรากับดาวเลยไปสอด ..55  ,,เจอนักร้อง  กรี๊ดดด ตัวจรงสวยและน่ารักกันมาก  นั่นคือลูกโป่งกับพะแพง ..55   มีคนรอต่อขอลายเซ็นยาวเป็นงูเลย อิอิ ,,เราจึงมุดไปถ่ายรูปเขาแล้วออกมา  เดินไปจนเกือบทั่วอ่ะนะ แล้วจึงกลับไปที่ลูกโป่งกับพะแพงเหมือนเดิม แต่ก็คนยังเยอะอยู่ เลยจะกลับบ้าน เพราะตอนนี้เวลา บ่ายสามโมงครึ่งแล้ว  ตอนนั่งรถเราก็อ่าน HACK ไปได้สักพักก็เกิดอาการเมารถ เลยคิดจะนอนพักสักหน่อย แล้วก็หลับไป ตื่นขึ้นมาก็ถึงบิ๊กซีพอดี ก็ค่อยยังชั่วหน่อย ลดอาการจะอ้วกได้มากเลยทีเดียว  พอเดินมาถึงเซ็นทรัลก็แวะกินข้าวที่ชั้น 4 ของเซ็นทรัลกันในราคาจานละ 35 บาท โอ้โห แพงบรรลัย!  กินไปได้สักพักก็เจอพี่เดียวนั่งกินข้าวกับแม่อยู่มั้งเลยเข้าไปทักแล้วเดินออกมา  พอเดินลงมาจะมาขึ้นรถก็เจอพี่เดียวแกอีกแล้ว เหอๆ  แล้วก็ขึ้นรถไป  พอถึงที่จัสโก้ก็จะลงดันเจอพี่เดียวอีกแล้ว 555 ตายแล้ว เจอบ่อยจัด คิคิ  ,,แล้วเราก็เข้าบ้านไปตอนนั้นเวลาประมาณ 5 โมงครึ่งถึง 6 โมงล่ะมั้ง ก็ไปเล่าให้พี่ฟังอย่างตื่นเต้นเกี่ยวกับเรื่อง imax ของหนัง 3D ..555+ ตอนนี้ยังตื่นเต้นไม่หายเลย  แล้วก็เรื่องที่ได้ไปร่วมกิจกรรมกับ pucca racing จนได้ของรางวัลเยอะแยะ ในวันนั้นพี่จึงเดินไปติดรูปปุ๊กกาเรซซิ่งแผ่นใหญ่ไว้ที่ฝาบ้าน พร้อมกับเอาโปสเตอร์ที่พี่ซื้อมาประมาณ 2-3 ปีที่แล้วออกจากครุเก่าของพี่ ฮ่าๆ แล้วก็เอามาติดไว้เต็มบ้านเลย เป็นรูปดงบังชินกิ TVXQ นั่นเอง  รูปค่อนข้างมีขนาดใหญ่แล้วก็เป็นรูปเดี่ยวเรียงกัน 5 คน มันจึงดูทำให้ห้องรกขึ้นทันตาเห็น  ใจจริงอยากได้รูป Super junior ช่วงนี้กำลังบ้าคลั่งเลยทีเดียว ชอบมากๆ ซูปเปอร์จูเนียร์เนี้ย อิอิ.. น่ารักกันทุกคนเลย  ที่อชบที่สุดคือ ชินดง รองมาเป็นลีทึก ต่อมาก็เป็นป๋าฮัน  แล้วก็มาเป็นพ่อไก่ ต่อมาเป็นฮีซอล คิคิ ชอบๆ  กร๊าก! .. ..,.. วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม 2551 .. วันนี้ฉัน พี่ แล้วก็พี่ปุยไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติมา โดนวันนี้ทำให้เรามีความรู้สึกเหมือนครั้งที่แล้วที่เราไปงานสัปดาห์หนังสือ นั่นก็คือ ร๊ากงานสัปดาห์หนังสือที่สุด ..55+  มันเป็นที่ที่ทำให้เราไม่รู้จักเบื่อ ถึงแม้จะปวดขาสักเพียงใด ..เสียเงินทั้งหมดประมาณ 2000+ กว่าอ่ะ  ได้หนังสือมาประมาณ 19 เล่มล่ะมั้ง อื้อซ่าจริงๆ เชียว  แล้วก็มานั่งคิดเงินกันยกใหญ่ เสียไค่อยข้างเยอะเลยทีเดียว ...แล้วก็ถึงช่วงเวลาอ่านระบึน ..ช่วงนี้ก็อย่าหาว่ายังไม่ได้ทำงานแล้วนะ  ยังทำอยู่ เหนื่อยมากๆ จนแม้กระทั่งวันหนึ่ง เราก็ได้เป็นอิสระ เมื่อเราออกจากงานตั้งแต่เที่ยงของวันที่ 4 ..กรี๊ดดดดดดดด!! ดีใจ  อาการปวดเมื่อยหายไปค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว  กลับบ้านอย่างสุขใจ เราจะไม่ต้องไปทำงานแล้น! ...ต่อมา วันที่ 5 จัดงาน Zheza ครบ 1 ปี  อยากไปร่วมงานด้วยนะ แต่พี่ก็บอกนู้นบอกนี่ เลยไม่ไปพอดี  แต่มันก็ไม่มีอะไรมากหรอก  ไม่ไปก็ดีเหมือนกัน  ..อ้อ ลืมบอกไป เมื่อวันที่ 29 เราพึ่งรู้ข่ามาว่า พี่แป๊ะยิ้ม หรือพี่สงกรานต์เนี้ย มีแฟนใหม่มานานแล้ว แต่ไม่ให้คนอื่นรู้  คิดแล้วมันเกิดความรู้สึกสอดรู้สอดเห็นขึ้นมาทันที เลยพยายามจะสืบให้ได้เลย และเมื่อวันที่เท่าไหร่ไม่รู้นะ  เราก็เลยได้ข่าวมาว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนหน้าตาคล้ายแขกแต่ไม่ใช่ มีลักษณะตาคม  จากความคิดนะคิดว่าหน้าคงเหมือนไอมีนนะ  แสดงว่าพี่แป๊ะค่อนข้างตาถึงเลยทีเดียว แต่คนที่เราถามเนี้ยจำชื่อแฟนพี่แป๊ะไม่ได้ แต่คลับคล้ายคลับคลาว่า "เจ"  อย่างงี้ต้องสืบต่อไปให้ได้ ..,,.. ต่อมา วันอาทิตย์ ที่ 6 เมษายน 2551 ..วันนี้เป็นวันมอบตัวอย่างเป็นทางการ ของโรงเรียนนมัธยมวัดสิงห์ คิดแล้วตื่นเต้น เราจะได้เป็นนักเรียนในรั้วแล้วหรอ แต่ที่ตื่นเต้นกว่าคือเราจะได้เจอเพื่อนเก่าๆ จากโรงเรียนศาลเจ้า (ห้าวนิกูลวิทยา) แล้ว! ^^ ..พอไปถึงเราก็ต้องไปซีรอกกับใบ ปพ.1 : 3 อีก ซึ่งร้านปิด แล้วก็ไม่รู้ว่าแต่ละคนไปซีฯกันที่ไหน เราจึงยืนรออยู่อย่างนั้น จนมีคนนึงเดินจะไปซีแล้วเห็นเดินออกมาจากที่ซีฯเดินตรงไปยังทางโค้ง เลยเดินไปมั่ง  แล้วก็พบกับที่ซีฯ คนค่อนข้างเยอะ  แต่ก็ต่อแถวที่ยาวเยียดได้อย่างใจจดใจจ่อ  สักพักมีคนมาสะกิดแล้วก็เห็นคนคนนั้นที่ไปสอบช้าพร้อมกับเรา  เขาอยู่ ศว.ก็ชวนคุยไปทั่วเลย  แล้วก็มีลุงคนนึงมาแนะนำให้เราไปต่อแถวอีกแถวเราะคนน้อย เราก็ลองไปแล้วจริงด้วย จึงต่ออยู่ตรงไหน และแล้วเทวดาก็ให้ตาเราไปมองผู้ชายคนนึง และทำให้เราทักเขา "ยุทธ!!" คนที่เราเรียกว่า ยุทธ หันมามองเราแล้วร้อง อ้าว เราก็เลยยิ้มให้แล้วมันก็เดนิมาถามว่า ต่อนี่หรอ (ไม่ต่อนี่แล้วจะให้ต่อไหนล่ะย่ะ) อื้ม ^^ แต่เราก็ยังยิ้มได้เหมือนเดิม  เข้าสายไรล่ะ มันถาม อังกฤษ-ฝรั่งเศสอ่ มันเหลืออยู่สายเดียว  มันก็เลยยิ้มแล้วก็เดินไป ..55+ จะมีใครรู้ไหมเนี้ย ว่าเรากับมันเคยเป็นคู่ที่คนทั้งห้องเรียกว่าเป็นแฟนกันตั้งแต่อนุบาลยัน ป.6 เลยทีเดียว  ตอนนี้มันคงลืมแล้วล่ะมั้ง ดูจากเสียงที่แตกหนุ่ม เหอๆ ดูท่ามันจะไม่เป็นตุ๊ดแล้วนะ  แล้วเราก็ไปนั่งฟังอาจารย์เทศน์ที่ใต้อาคาร6 โดยเรานั้นอยู่ห้อง ม.4/4 ซึ่งมันน่ายินดีอย่างยิ่งเมื่อห้อง ม.4/3 เป็นห้องของสาย ศิลป์-คำนวน สายนี้มีคนเข้าเยอะมากที่สุดของสายทั้งหมดเลยมั้งซึ่งมันมียุทธรวมอยู่ด้วย 555  นั่งไปสักพักก็มีคนมาสะกิดรูปร่างอ้วนนะจนเขาพูดว่า จำเราได้เปล่า เราเลยมองไปที่ชื่อและนามสกุลพร้อมกับมองหน้า อ๊อ จำได้ๆ ^^ คนๆ นี้คือ แนต นั่นเอง จำได้เพราะนามสกุล เกตุแก้วเนี้ย ไม่รู้ทำไมถึงจำได้นะ  แล้วเราก็ได้เพื่อนใหม่คณะมอบตัวและจ่ายตัง คนแรกที่สนทที่สุดชื่อ อุ๊ย ต่อไปที่เราคาดว่า เราอยู่แล้วท่าจะบ้าได้ก็คือ เพ้นท์ คนนี้สร้างเสียงฮาได้ตลอด ต่มาก็คือ พลอย แล้วก็มา นนนี่ ส่วนอีก 2 คนจำชื่อไม่ได้อ่ะ -0-  พอจ่ายค่าเรียนไปประมาณ 3800-3900.- ก็ไปต่อกันที่กระเป๋า อี๋~ เปลี่ยนแบบใหม่ไม่สวยเลยอ่ะ  ลายเหมือนเด็กประถมเลยอ่ะ ราคาก็แพงกว่ากันตั้ง 50 แต่ก็อดทนซื้อไป นั่นคือ 250.-  ต่อมาก็จ่ายค่าเข้าค่ายที่จะไปวันที่ 29 เมษาฯ - 2 พฤษภาฯ นี้ แล้วก็ไปซื้อสมุดมา 1 ชุดราคา 200.- หมดตังไปบานเลยเรา  แล้วพ่อก็ไปจอดรถที่จัสโก้เพื่อไปซื้อยาแก้ปวดฟันให้แม่เราเลยเดินไปซื้อของที่จัสโก้พร้อมกับปั้มตราจอดรถฟรี  แล้วก็กลับบ้านในเวลา 11.30-12.00น. โดยประมาณ 5 5 5 ,, ไม่อยากจะเอ่ยเลยว่า เราต้องไปเรียนปรับพื้นฐานด้วย เหมือนเด็กม.ต้นเลยอ่ะ สายอื่นไม่เห็นเรียนเลย เรียนอยู่ 2 แผนการเรียนคือ อังกฤษ-จีน กับ อังกฤษ-ฝรั่งเศส ที่เราเรียน  โอ้วว ชีวิตช่วงปิดเทอมของช๊าน!!  ส่วนวันที่ 7 นี้ เราก็ดูเรื่อง The Water Horse สนุกมากๆ ชอบที่สุด ตอนเย็นแม่ก็เอาเงินที่ทำงานมาให้เรา โห ได้เงินน้อยจังเลยฟะ  ของพี่จากได้วันละ 150 เหลือวันละ 140  ส่วนของเราจาก 135 เหือ 130  โอ้แม่เจ้า ทำไมได้น้อยอย่างงี้!! ชิชิ  ไปทำงานเซเว่นดีกว่า  แล้วเราจะเหนื่อย เมื่อยมากไหมเนี้ยถ้าทำเนี้ยยย!! .... ช่วงนี้เป็นไรไม่รู้ รัก SUJU ชอบ Marry U ..555+ (พึ่งอ่านนิยายจบ มันทำฉันน้ำตา(แค่)คลอเบ้าอ่ะ T T  ...คอยดูนะ ฉันจะเป็นเพื่อนที่ทุกคนไม่มีใครเกลียดฉันให้ได้ ฉันจะเป็นมิตรกับทุกคนให้ได้ เพื่อนใหม่ของฉัน ฉันเหมือนเริ่มต้นชีวิตใหม่ ได้เจอเพื่อนใหม่ เพื่อนเก่าก็คือความทรงจำดีดีที่เราจะกลับไปได้ก็ต้องโทรศัพท์ไปหา  เราจะไม่ลืมคนที่เรารู้จักแต่ก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนจากโรงเรียนศาลเจ้า (ห้าวนุกูลวิทยา) เพื่อนจากโรงเรียนนวลนรดิศวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก และจะไม่ลืมทุกๆ คนที่ทำให้ชีวิตฉันดำเนินมาถึงตอนนี้เลย ,,ฉันว่าชีวิตฉันเหมือนโชคชะตาลิขิตไว้ตลอดเลย ลิขิตต้องให้ฉันเลือกโรงเรียนศาลเจ้าฯ แทนพยามนธาตุ ทั้งๆ ที่จับฉลากเข้าได้ตั้ง 2 โรงเรียน เพื่อให้เรารู้จักเพื่อนที่ดีกับเราตลอดเวลาอย่างสาริกา  (ฉันรักแกนะเว้ย) ทำให้เราได้รู้จักรักที่บริสุทธิ์จากยุทธ และเมื่อขึ้นมา ป.5 ทำให้ฉันได้เรียนรู้โลกภายนอกที่โหดร้ายขึ้นมานิดหน่อยจากคนรอบข้างของ รอง หรือสุชาติ ศรีระษา  ทำให้เราสอบไม่ติดที่โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์เพื่อที่จะได้เรีนรู้สิ่งใหม่จากโรงเรียนนวลนรดิศวิทยา รัชมังคลาภิเษก ทำให้รู้ว่าการมีความรับผิดชอบงานมันเป็นยังไง ทำให้รู้จักการทำงานหนัก ทำให้รู้ความเป็นห่วงของเพื่อนๆ ทั้งๆ ที่เราไม่คิดไรมาก ทำให้เรารู้จักรักคนๆ นึงมากและเมื่อเลิกกันก็เจ็บมากกว่าสิ่งอื่นได้ จากพี่รัฐสภา จำเนียรพรหมหรือพี่กาน  ทำให้เราได้มีความกล้าแสดงออกจากกิจกรรมเข้าค่ายที่เร้าเต้นท่าจิ้งจก ทำให้เรารู้ว่า เพื่อนแต่ละคนรักเราแค่ไหน ฉันรักพวกแกรักเห้ยมีน จอย แทน หยก ส้ม พลอย มล เมย์ทอม เมย์เพียง หมิว และโชคชะตาก็เหมือนสอนเรามาเยอะพอสมควรแล้ว จึงปรับให้เราสอบเข้าโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ได้เหมือนดั่งใจอยากเมื่อตอนประถม ทำให้กลับมาสู้โลกแห่งความจริง ใช้สิ่งที่เรียนมามาต่อสู้กับปัญหาต่างๆ ชีวิตข้างหน้าเราต้องตัดสินใจแล้ว ว่าจะให้มันเป็นไปในทางไหน.  ขอบคุณ กับทุกสิ่งที่ทำให้ฉันเป็นฉันในวันนี้!!~